Archive for February, 2008
แนวโน้มเทคโนโลยีปี 51 ปัญหาความ ปลอดภัยยังเป็นเรื่องใหญ่
by admin on Feb.28, 2008, under news
ปัจจุบันนี้ ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ทรงพลังเป็นอีกโจทย์ใหญ่ข้อหนึ่งของทุกองค์กร โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจที่เรากำลังเผชิญอยู่ เพราะถ้าองค์กรไหนลงทุนด้านไอซีทีผิดพลาด ที่นอกจากจะต้องเสียเงินและเสียเวลาอย่างมากแล้ว ยังอาจต้องสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และเมื่อตั้งตัวได้อาจจะไม่ทันกาลที่จะไล่ตามคู่แข่งที่ลงทุนด้านไอซีทีได้อย่างเหมาะสมและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับที่เมื่อเร็วๆ นี้ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์ปาร์ค ได้จัดการเสวนาสำหรับผู้บริหาร ไอทีแห่งปี 2008 ในหัวข้อ “Top 10 – ICT Trend 2008” กับการปรับตัวขององค์กรในยุคเศรษฐกิจพอเพียง ในประเด็น “องค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการบริหารงานในองค์กร เพื่อเพิ่มคุณภาพในงานบริการและสร้างความได้เปรียบในการทำธุรกิจ” ขึ้น โดยวิทยากรชื่อดังมาถ่ายทอดประสบการณ์ ทีเห็นว่า น่าสนใจไม่น้อยจึงขอนำเนื้อหาในวันนั้น มา
อ่านเรื่องเต็มได้จาก
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03a&content=80447
หาตัวแฮ็กเกอร์เทพรับมือมารไวรัส
by admin on Feb.28, 2008, under news
แมคอาฟี ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ ควานหาตัวแฮ็กเกอร์เทพที่พูดภาษาจีน รัสเซีย และโปรตุเกส กันให้ควั่ก หวังจ้างให้ทำงานกวาดล้างไวรัสป่วนโลกอินเทอร์เน็ต
บรรดาแฮ็กเกอร์เหล่านี้มีภารกิจแกะรอยหาคำสั่ง หรือข้อความที่เข้ามาแก้ไขบนหน้าเว็บเพจ และอีเมล เพื่อหลอกให้คนหลงเชื่อดาวน์โหลดไวรัส หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น
ระยะหลังพวกแฮ็กเกอร์ฝ่ายมารมักใช้ภาษาท้องถิ่นจู่โจมซอฟต์แวร์เป้าหมาย และเว็บไซต์ยอดนิยมของแต่ละประเทศ เช่น โปรแกรมเครือข่ายระหว่างเพื่อนในญี่ปุ่น เว็บไซต์เกมออนไลน์ในจีน ธนาคารในบราซิล แฮ็กเกอร์มารพวกนี้มักจ้องโจมตีประเทศที่กฎหมายป้องกันอินเทอร์เน็ตล้าหลัง
รายงานของแมคอาฟีระบุว่า 67% ของอีเมลล่อหลอกเขียนด้วยภาษาอังกฤษ แปลว่าที่เหลือเป็นอีเมลภาษาอื่นที่บุกก่อกวนประเทศเศรษฐกิจใหม่ซึ่งอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์กำลังโตวันโตคืน
การส่งไวรัสจู่โจมด้วยภาษาอื่นไม่ใช่เรื่องใหม่ ทว่าเงินที่ไหลเข้ากระเป๋าของพวกอาชญากรอินเทอร์เน็ตทำให้แฮ็กเกอร์ฝ่ายมารหัวหมอยิ่งขึ้นเพื่อหลอกลวงให้เป้าหมายตายใจ คนพวกนี้มีฝีมือ และเข้าใจธุรกิจดีอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในอดีต และมีโปรแกรมไวรัสเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่กำลังขยายกิจการไปทั่วโลก
ส่วนแฮ็กเกอร์ฝ่ายเทพที่แมคอาฟีจ้างมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกจะคอยเฝ้าจับตาดูนักเขียนโปรแกรมไวรัสเพื่อก่อกวนเว็บไซต์และอีเมลหลอกลวงในภาษาท้องถิ่น อีกกลุ่มเป็นแฮ็กเกอร์เทพที่คอยจัดการไวรัสที่เขียนด้วยภาษาอื่น
ที่มา
http://www.komchadluek.net/2008/02/28/x_it_h001_191497.php?news_id=191497
“Network Security Contest” หนุนเด็กไทยต้าน Hacker
by admin on Feb.17, 2008, under news
การจัดงาน “Network Security Contest” ระดับอุดมศึกษาปีที่ 2 ถือเป็นเวทีระดับประเทศ ที่ให้โอกาสนิสิต นักศึกษาในยุคสารสนเทศได้แสดงความสามารถในทางสร้างสรรค์ ด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยความร่วมมือของบริษัท เดอะ คอมมูนิเคชั่น โซลูชั่น (TCS) ผู้ให้บริการระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งเล็งเห็นถึงความสามารถที่ซ่อนอยู่ในสมองเด็กไทย และพร้อมที่จะผลักดันให้เกิดการปลูกฝังด้านการเรียนรู้ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์
ไพบูลย์ ชีวินศิริวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะ คอมมูนิเคชั่น โซลูชั่น กล่าวว่า Network Security Contest 2007 ได้รับความสนใจจากนิสิต นักศึกษาสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศส่งรายชื่อเข้าแข่งขันถึง 107 ทีม เพราะการนำเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องมาเชื่อมต่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้ พร้อมๆ กับมีการบริหารจัดการข้อมูลให้เป็นระบบระเบียบ นั่นก็คือ ระบบเครือข่าย หรือ Networking ทั้งนี้ แต่ละองค์กรย่อมมีข้อมูลที่เป็นกุญแจของการยุทธศาสตร์การบริหารงานไม่สามารถเผยแพร่สู่สาธารณะชนได้ จัดเป็นข้อมูลลับทางธุรกิจที่คู่แข่งจะรู้ไม่ได้เด็ดขาด จึงต้องมีการสร้างระบบป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลเหล่านั้น เทคโนโลยีด้านระบบรักษาความปลอดภัย (Security Solution) จึงมีความ สำคัญอันดับต้นๆ
อ่านเรื่องเต็มได้จาก
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000019434
ภัยร้ายที่มาพร้อมอีเมล์ส่งความรักในวันวาเลนไทน์
by pom on Feb.15, 2008, under news
เมื่อถึงเทศกาลแห่งความรัก หรือ วันวาเลนไทน์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ในปัจจุบันได้กลายเป็นวันที่ความรักเบ่งบานไปทุกมุมเมือง กับความสุขที่เปี่ยมล้น และเป็นวันที่ชายหนุ่มพยายามอย่างหนักในนาทีสุดท้าย ที่จะค้นหาร้านดอกไม้ที่ยังคงมีดอกกุหลาบหลงเหลืออยู่ และราคาดอกไม้ก็จะถีบตัวสูงกว่าปกติ 100-200% โดยปกติกุหลาบแดงดอกละ 30 บาท ก็จะเป็น 300 บาท หรือถ้าเป็นช่อยิ่งกุหลาบมากเท่าใดราคาก็จะพุ่งขึ้นเป็นหลักพันหลักหมื่น หรือเป็นแสนบาท
จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่มีการเปิดตัวบัตรอวยพรในศตวรรษที่ 19 วันวาเลนไทน์ก็กลายเป็นวันแห่งการพาณิชย์มากขึ้น บริษัทหลายแห่งมองว่าเทศกาลนี้เป็นแหล่งรายได้มหาศาล โดยเฉพาะใน ขณะนี้ ที่มีบริการต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ บริการรับสั่งดอกไม้ออนไลน์ บริการส่งของขวัญออนไลน์ เป็นต้น จนทำให้เว็บไซต์ร้านดอกไม้ออนไลน์ผุดขึ้นราวดอกเห็ด เพราะยุคที่อินเทอร์เน็ตเชื่อมโลกเข้าด้วยกัน ยิ่งทำให้การบอกรักกับคนรักของเรา ง่ายมากขึ้นทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะอีเมล์ อีการ์ด หรือ โทรศัพท์ทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตทั้งที่เห็นหน้า หรือไม่เห็นหน้าก็ตาม
บริษัท เทรนด์ ไมโคร อิงค์ ก็เห็นถึงความสำคัญของช่วงเทศกาลนี้ และพบว่าขณะที่ทั่วโลกกำลังชื่นมื่นกับการมอบความรักให้กันและกัน อุตสาหกรรมมัลแวร์เองก็ได้ใช้ประโยชน์จากวันนี้มาแล้วหลายปี และเมื่อย้อนความทรงจำเกี่ยวกับมัลแวร์ในวันวาเลนไทน์ในศตวรรษที่ 21 จะพบว่ามีมัลแวร์เกิดขึ้นแล้วหลาย
อ่านเรื่องเต็มได้จาก
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03a&content=78989
ตร.ไซเบอร์ แนะโจ๋อย่าคะนองมือโพสรูปหลุดดาราบนเน็ต
by admin on Feb.08, 2008, under news
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข่าวภาพหลุดสุดสยิวครั้งใหญ่ของดาราฮ่องกงที่มี เฉินก๊วนซี หรือเอดิสัน เฉิน พระเอกหนุ่มคนดัง และอดีตแฟนที่เป็น 3 ดาราสาว จางป๋อจือ นางเอกสาวหน้าหวานลูกหนึ่ง จิลเลียน ชุน (จงซินถง) นักร้องสาววงทวินส์ และ ”โบโบ เฉิน” เฉินเหวินหยวน ดารานักร้องสาวอีกคน ปรากฏอยู่ในภาพ จนทำให้สำนักข่าวระดับโลกอย่าง ซีเอ็นเอ็น ต้องทำรายงานพิเศษและเป็นข่าวหน้าหนึ่งใหญ่ไปทั่วเกาะฮ่องกง และนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยเผยแพร่ภาพเหล่านี้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยคาดว่ารูปที่หลุดออกไปมีมากกว่า 1,300 รูป และพัวพันกับเหยื่อที่เป็นหญิงสาว 6 คน แต่ไม่ทราบชื่ออีก 2 คน แต่โชคดีที่ถูกนำมาเผยแพร่เพียงแค่ 10 กว่ารูปเท่านั้น
พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้กำกับกลุ่มงานตรวจสอบ ศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ High tech Crime Center กล่าวว่า ปกติแล้วกรณีภาพหลุด ภาพแอถ่าย หรือภาพปาปาราสซี ที่เป็นที่นิยมเผยแพร่ในสื่อเมืองไทย จะไม่อยู่ในข่ายการกระทำความผิดถ้าไม่มีเจ้าทุกข์มาแจ้งความร้องเรียน ว่าทำให้เสี่อมเสีย อับอาย ส่วนกรณีของ เฉินก๊วนซี ที่มีรายงานข่าวว่าหนึ่งในต้นตอภาพสยิวมาจากเมืองไทยนั้น จัดอยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า “มือยาว” โดยผู้กระทำผิดจะแยกไฟล์ภาพออกเป็นส่วนๆ กระจายไปทุกมุมโลก ทำให้ไม่อาจตรวจจับได้จนกว่าจะไปรวมกันเป็นภาพสมบูณ์ที่ปลายทาง
ผกก. High tech Crime Center สตช.กล่าวต่อว่า การป้องกันภาพหลุด หรือลากมกอนาจารที่ทำได้ผลมาก คือ การใช้ซอฟต์แวร์ดักกรองคอนเทนท์ที่เข้า-ออกแบบไบนารี บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่มักจะใช้ตามองค์กรมากกว่า เพราะหากจะเอาไปลงขวางเครือข่าย เพื่อกรองแบนด์วิธอาจจะไม่ไหว การป้องกันเรื่องนี้ที่ได้ผลมากที่สุด คือ การสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนรับผิดชอบ ต้องเป็นคนดีในสังคม หากไม่ไปทำคนอื่นๆ ก็ไม่มีใครมาทำตัวเรา จะหวังพึงพาตำรวจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องช่วยกันตั้งแต่คนครอบครัว ไปจนถึงโรงเรียนสถานศึกษา เนื่องจากการดูแลมีตั้งแต่มาตรการณ์ทางสังคม และด้านกฎหมาย ที่ทุกด้านต้องทำร่วมกัน
พ.ต.อ.ศิริพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับวัยรุ่นที่ชอบโพสรูปภาพหลุด ดารา นักร้อง ถ้าเจ้าตัวอยากแต่งกายล่อแหลมเพื่อสร้างข่าวหรืออยากโชว์ทำแล้วไม่มีใครว่า แต่ถ้าไม่ได้มาจากความยินยอม หรือไปเอาภาพส่วนตัวของคนอื่นมา ก็อยากให้เห็นใจผู้ที่ตกเป็นเหยื่อบ้าง ลองคิดดูว่าถ้าเขาเป็นญาติพี่น้องของตัวเอง จะรู้สึกอย่างไร จะโกรธไหม ให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะนึกสนุกชั่ววูบอาจสร้างตราบาปให้เหยื่อตลอดชีวิต ดังนั้นการใช้อินเทอร์เน็ตที่ถูกวิธีนั้น ต้องปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบของกฎหมาย และมีความรับผิดชอบต่อสังคมให้มากขึ้น ทั้งนี้เมื่อมีกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ออกมาก็เป็นหน้าที่ของประชาชนที่ต้องทำตาม หากใช้แล้วไม่ดีก็อาจใช้กระบวนการทางนิติบัญญัติขอแก้ไข กม.ภายหลังได้
ผู้สื่อข่าวรายงาน ในงานสัมมนา EMC –RSA Computer Related Crime Act Seminar 2008 ที่บริษัท อีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดขึ้นที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 19 ก.พ.2551 จะมีการพูดถึงกฎหมายไซเบอร์ ความจำเป็นสาเหตุ และรูปแบบของการบังคับใช้ โดยเฉพาะเรื่องของการเก็บข้อมูลการจราจรบนเครือข่าย ที่ตามกฎหมายระบุให้ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ทุกองค์กรจะต้องเก็บข้อมูลไว้ไม่ต่ำกว่า 90 วัน โดยพ.ต.อ.ศิริพงษ์ จะเข้าร่วมเป็นวิทยากรในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมาย แนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องด้วย
ที่มา
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03b&content=78138